10 ปีการมีส่วนร่วมภาคประชาชน บนถนนสายหลักประกันสุขภาพ

10 ปีการมีส่วนร่วมภาคประชาชน บนถนนสายหลักประกันสุขภาพ Free!
Page 3
  • 110 หน้า
  • 156.49 MB
  • 19 ธ.ค. 2555
  • AIDS ACCESS Foundation
    • *สามารถเปิดอ่านผ่านเว็บได้ทันทีแล้ววันนี้
  • อีบุคเล่มนี้ อ่านฟรี!

ประวัติศาสตร์ 10 ปีที่ผ่านมามีการยกระดับจากความใฝ่ฝันของประชาชนมาเป็นกฎหมายของประเทศ กว่า 9 หมื่นรายชื่อผนึกกำลังกันผลักดัน จนทำให้สามารถออกกฎหมาย “พระราชบัญญัติหลักประกันสุขภาพแห่งชาติ” เมื่อปลายปี 2545 พัฒนาระบบการบริหารจัดการรักษาสุขภาพแบบมีมาตรฐาน บนพื้นฐานการคำนวณค่าใช้จ่ายอย่างเป็นจริง เป็นธรรม สำหรับทุกฝ่าย เกิดระบบการจ่ายเงินค่ารักษาที่พัฒนาขึ้นอย่างเป็นระบบอย่างมืออาชีพของสำนักงานหลักประกันสุขภาพแห่งชาติ เป็นระบบประกันสุขภาพระบบแรก และระบบเดียวที่ผู้แทนประชาชนส่วนต่างๆ มีส่วนร่วมในการบริหารและควบคุมคุณภาพอย่างแท้จริง มีสัดส่วนของเครือข่ายประชาชนในคณะกรรมการ และอนุกรรมการทุกระดับ

ระหว่างเส้นทาง ก็มีคลื่นลมที่มากระทบระบบเป็นระยะๆจากกลุ่มที่เห็นต่าง ในขณะที่ประเทศกำลังเผชิญกับสภาวะขาดแคลนบุคคลากรที่จะดูแลประชากรในระบบ ก็มีความพยายามส่งเสริมให้ประเทศไทยเป็นศูนย์กลางทางการแพทย์เอเชีย(เมดิคัล ฮับ) มีความพยายามที่จะเข้าไปเป็นกรรมการในระบบบัญชียาหลักแห่งชาติของบริษัทยาข้ามชาติ เมื่อไม่ได้ที่นั่งก็มีความพยายามจะเสนอให้ยุบคณะอนุกรรมการราคายาแห่งชาติ ไม่นับรวมความเห็นต่างอื่นๆความพยายามจะเปลี่ยนแปลงหัวใจของระบบหลักประกันสุขภาพแห่งชาติกลับไปสู่ยุคที่ “คนจน ไม่มีสิทธิป่วย” อยู่อย่างต่อเนื่อง ด้วยวิธีการและกลยุทธ์ที่หลากหลาย ประกอบกับนโยบายของรัฐบาลชุดปัจจุบันที่ไม่ได้ก้าวหน้าไปกว่า การกลับมาเก็บ 30 บาทต่ออีกครั้ง เพื่อจะสร้างความนิยม (รีแบรนด์) แต่กลับสร้างภาระทางการบริหารจัดการให้กับหน่วยบริการ รวมถึงสร้างความสับสนกับประชาชนผู้ใช้บริการอย่างมาก หรือแนวทางการบูรณาการ 3 กองทุนใหญ่ที่มีวี่แววว่าจะนำไปสู่มาตรฐานเดียวในโรคอื่นๆก็มีปัญหาในรายละเอียดและการจัดการที่ต้องร่วมกันพัฒนาและบริหารจัดการในรายละเอียด เพื่อนำไปสู่ “ระบบสุขภาพ มาตรฐานเดียว” ที่เป็นจริง ความฝันของภาคประชาชนที่ร่วมลงชื่อกันหลายหมื่นรายชื่อ ยังไม่บรรลุเป้าหมายทั้งหมด กฎหมายกำหนดว่ารัฐต้องดำเนินการหลอมรวมระบบหลักประกันสุขภาพทั้งประเทศให้เป็นระบบเดียวกัน มาตรฐานเดียวกัน และคุ้มครองสิทธิการรักษาเท่าเทียมกัน ในขณะที่ปัจจุบันยังมีระบบการรักษาพยาบาลถึง 3 ระบบใหญ่ที่มีมาตรฐาน และคุณภาพต่างกัน มีการบริหารจัดการที่ต่างกัน



(แสดงความคิดเห็น)

ความคิดเห็น

ยังไม่มีผู้แสดงความคิดเห็นเกี่ยวกับหนังสือเล่มนี้