ประวัติต้นรุทรักษะ ไม้มงคลหายาก พร้อมขั้นตอนการปลูก

ประวัติต้นรุทรักษะ ไม้มงคลหายาก พร้อมขั้นตอนการปลูก หนังสือส่งเข้าประกวดวรรณกรรมอิเล็กทรอนิกส์ครั้งที่ 1 Free!

ตามความใน อิศวรปุราณะ ได้กล่าวถึงต้นไม้ชนิดหนึ่งที่มีผลลักษณะพิเศษซึ่งเป็นที่โปรดปรานขององค์พระอิศวรเจ้าและเหล่าบริวาร ครั้งหนึ่งพระแม่ลลิตาทรงทูลถาม องค์พระอิศวรเจ้า ถึงความสำคัญของเมล็ดรุทรักษะ ซึ่งองค์พระอิศวรเจ้า และเหล่าบริวารขององค์พระอิศวรเจ้าใช้สวมใส่และประดับประดาตามร่างกาย ทรงให้คำตอบกับพระแม่ลลิตาว่าเมื่อครั้งพระองค์ได้ปฏิบัติถือศีลสมาธิกรรมฐานเป็นเวลาหลายพันปี พลันทรงสดับรับรู้และเห็นความทุกข์เข็ญของเหล่ามนุษย์ทั้งปวงที่ยังคงลุ่มหลงอยู่ในบาป ด้วยความเวทนาในชะตากรรมของมนุษย์เหล่านั้นก็บังเกิดน้ำพระอัสสุชล(น้ำตา)ของพระองค์ไหลหยดจากพระเนตรที่หลับไหลลงมาบนโลกมนุษย์ และเมื่อน้ำพระอัสสุชล(น้ำตา)ขององค์พระอิศวรเจ้าหยดถึงพื้นดินก็ได้บังเกิดเป็นต้นไม้ชนิดหนึ่งขึ้น ทรงอำนวยพรให้กับต้นไม้ที่ถือกำเนิดขึ้นนั้นเป็นต้นไม้มงคลและพระราชทานนามให้ต้นไม้มงคลนี้ว่าต้นรุทรักษะ ต้นไม้เหล่านี้เจริญงอกงามในดินแดนแถบ เกาฑะ, มลัย, มธุรา, ลังกา, อโยธยา, ภูเขา, สหยะและสถานที่ศักดิ์สิทธิ์อื่นๆ โดยมากมักพบในแถบเชิงเขาหิมาลัยเป็นส่วนมาก จากการศึกษาค้นคว้าของพราหมณ์ชาคริต พบว่าต้น รุทรักษะอาจจะมีต้นกำเนิดจากประเทศในหมู่เกาะฟิลิปปินส์และแพร่ขยายไปสู่ประเทศพม่าและประเทศอินเดียในที่สุดโดยมีความเชื่อว่าเมล็ดรุทรักษะสามารถทำลายบาปได้ เมล็ดรุทรักษะมีหลายขนาดทั้งขนาดเล็กเท่าเมล็ดพุทราหรือขนาดใหญ่เท่าลูกสมอต่างก็ถือว่าได้รับคุณวิเศษเช่นเดียวกัน โดยมีการกล่าวกันว่าไม่มีสร้อยประคำหรือสายสร้อยคออื่นใด หรือพวงมาลัยใดที่จะนำสิริมงคลและความสำเร็จ สมปรารถนาเท่ากับการบุคคลผู้นั้นได้สวมใส่เมล็ดรุทรักษะ ก่อนที่จะมีการสวมใส่เมล็ดรุทรักษะเป็นครั้งแรกนั้น มีความเชื่อว่าหากจะให้เมล็ดรุทรักษะดังกล่าวเกิดพลังความมงคลพิเศษควรจะต้องผ่านพิธีตามคัมภีร์ซึ่งนำมากล่าวถึงเพียงบางส่วนก่อนที่จะนำมาสวมใส่คือต้องชำระล้างเมล็ดรุทรักษะด้วยน้ำคงคา,น้ำแช่เกษรดอกบัวหลวง,น้ำผึ้งป่า เป็นต้น หลังจากนั้นถวายบูชาด้วยดอกดาวเรือง,ดอกกุหลาบแดง,ใบพลู,ผลไม้,ใบมะตูม,ผงเจิมสีแดงและขาว,น้ำมันจันทน์ พร้อมธูปหอมกำยานจุดถวาย ที่สำคัญคือเมล็ดรุทรักษะดังกล่าวต้องได้รับการสวดสาธยายมนต์โดยพราหมณ์ถวายปราณต่อเมล็ด รุทรักษะ 108 จบแล้วหรือหากประกอบพิธีเองก็สามารถทำได้แต่ควรสวดมนต์เฉพาะของรุทรักษะแต่ละหน้าอย่างน้อย 9 จบก่อน ซึ่งโดยมากที่มีอยู่ทั่ว



(แสดงความคิดเห็น)

ความคิดเห็น

ยังไม่มีผู้แสดงความคิดเห็นเกี่ยวกับหนังสือเล่มนี้